You Are Here: หน้าแรก โรงพิมพ์เพชรภูมิ
Decrease font size  Default font size  Increase font size 
15
2009
ประวัติโรงพิมพ์ เพชรภูมิ
เขียนโดย Boss   
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2009 เวลา 00:00

 

 

         เริ่มก่อตั้งประมาณ พ.ศ.2499 ได้มีครูบาอาจารย์หัวก้าวหน้า มีความเห็นตรงกันว่า ควรจะมี น.ส.พ.ท้องถิ่นในจังหวัดเพชรบุรีสักฉบับหนึ่ง เพื่อ เสนอข่าวสารที่ประชาชนควรรู้ และเพื่อท้วงติงการบริหารงานของทางราชการ ได้รวมตัวกันออกหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นชื่อ "เพชรภูมิ" มีนายสมชาย เกตุจำนงค์ ทนายความเป็นบรรณาธิการคนแรก  

         เพชรภูมิยุคแรกพิมพ์จำหน่ายได้เพียง 3 ฉบับ ก็มีอันต้องล้มเลิก เพราะไม่มีแท่นพิมพ์และอุปกรณ์การพิมพ์เป็นของตนเอง ไม่มีโรงพิมพ์รับพิมพ์ให้ (จากบทความใน น.ส.พ.เพชรภูมิ 16 ม.ค. 2526) ต่อมาประมาณปี พ.ศ.2514 นาย ปรุง สุนทรวาทะ ทนายความได้ชักชวนเพื่อนๆ ที่เคยร่วมกันออกหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบุรีในครั้งแรกกลับมา ร่วมกันออก น.ส.พ.อีกครั้งและก็ยังคงใช้ชื่อว่า เพชรภูมิ มีนายแพทย์อภิชัย ศิริอักษร เป็นผู้ออกทุนดำเนินการ ในครั้งนี้ได้ว่าจ้างนายชาญ เกสะวัฒนะ เจ้าของโรงพิมพ์อนุกูลกิจ ถ.ดำเนินเกษม อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นผู้พิมพ์ ขนาดแทบลอยด์ เนื้อหาประมาณ 12 หน้า ใช้ตัวเรียงตะกั่วระบบเลตเตอร์เพลส นายปรุงรับเป็นบรรณาธิการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา

alt
นายปรุง   สุนทรวาทะ

             สภาวะ บ้านเมืองในขณะนั้นอยู่ในระบอบเผด็จการทหาร โดย 3 ทรราช พลเอกถนอม กิตติขจร พลเอกประภาส จารุเสถียร และพันเอกณรงค์ กิตติขจร ปกครองประเทศมาอย่างยาวนาน จนเกิดการเคลื่อนไหวของนักศึกษา และประชาชนในกรุงเทพเรียกร้องรัฐธรรมนูญและการปกครองแบบประชาธิปไตย เกิดเหตุการณ์ วันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516 ระบอบเผด็จการทหารล่มสลาย 
          น. ส.พ.เพชรภูมิในเวลานั้น มีแนวทางเดียวกับนักศึกษาและประชาชนผู้รักประชาธิปไตย บทความต่างๆ ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ นายปรุงได้ตัดสินใจเข้าสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดพรรค พลังใหม่ ที่มีนายแพทย์กระแส ชนะวงษ์เป็นหัวหน้าพรรค ได้หมายเลข 8 จึงมีคำเรียกว่า “ปรุงแปด” นับแต่นั้นมา ผลการเลือกตั้ง นายปรุง ไม่ได้รับการเลือกตั้ง
          น.ส.พ.เพชรภูมิก็ยังคงวางจำหน่ายตามปกติ ทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือนพร้อมใบผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล นายปรุงได้วางนโยบายเผยแพร่อุดมการณ์ประชาธิปไตย มีการแจกจ่ายน.ส.พ.ไปยังที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านและห้องสมุดของโรงเรียน ในจ.เพชรบุรีทุกแห่ง ในการดำเนินการขาดทุนมาตลอด ด้วยการจ้างโรงพิมพ์นั้น ทำให้ต้นทุนสูงและควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ได้ นายปรุงในฐานะที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายของสมาคมชาวจีน ได้พบปรึกษากับนักธุรกิจชาวจีนในจ.เพชรบุรีหลายท่าน จึงได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุน ด้วยการตั้งวงแชร์ นำมาสร้างโรงพิมพ์ขนาดเล็ก ยังคงใช้ระบบเลตเตอร์เพลส พร้อมกับรับงานพิมพ์การ์ด บิลต่างๆ ช่วยค่าใช้จ่าย โดยตั้งอยู่ที่สำนักงานทนายความของตนเอง เลขที่ 93  ถ.ดำเนินเกษม อ.เมือง จ.เพชรบุรี ทำพิธีเปิดเมื่อประมาณเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2518   

alt
โรงพิมพ์เพชรภูมิแห่งแรก

            สภาวะ บ้านเมืองกลับสู่ยุคเผด็จการอีกครั้ง คณะปฎิรูปการปกครองแผ่นดิน พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจ มีการปราบปรามนักศึกษาและประชาชนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 น. ส.พ.ทุกฉบับถูกคำสั่งปิด รวมทั้งน.ส.พ.เพชรภูมิ ทำให้น.ส.พ.เพชรภูมิฉบับก่อนหน้านี้ได้ถูกทำลายทั้งหมด ต่อมาสมัยรัฐบาลหอย ที่มีนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีนโยบายขวาพิฆาตซ้าย ได้ถุกขับออกไป รัฐบาลใหม่มีนโยบายผ่อนปรนมากขึ้น นายปรุง จึงมีความต้องการจะออก น.ส.พ.เพชรภูมิอีกครั้ง

เปลี่ยนบรรณาธิการ เป็น บก.หญิง

alt

นางประโยชน์ สุนทรวาทะ

            นางประโยชน์  สุนทรวาทะ  ภริยานายปรุง  เป็น บุตรของ ขุนชาญใช้จักร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้เข้ามารับเป็นบรรณาธิการแทนนายปรุง ด้วยเหตุผลว่า น่าจะทำให้การขออนุญาตเป็นไปได้ง่าย น.ส.พ.เพชรภูมิ ยุคที่มีผู้หญิงเป็นบรรณาธิการฉบับแรก ก็ได้ออกวางจำหน่ายในวันที่ 16 กรกฎาคม 2523 หน้า ปกเป็นบทสัมภาษณ์นักการเมืองท้องถิ่นสตรีสองท่าน ส่วนนายปรุงก็ยังคงเขียนบทความอยู่อย่างสม่ำเสมอ แนวทางก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่เน้นไปที่การโกงการเลือกตั้ง และการใช้เงินซื้อเสียงของนักการเมือง

 alt

 

alt

            หนังสือพิมพ์เพชรภูมิฉบับแรก (16 ก.ค. 2523) ในยุคเปลี่ยนบรรณาธิการเป็นนางประโยชน์ หลังจากถูกคณะปฎิรูปฯสั่งปิดมานานกว่า 3 ปี เป็นขนาดแทบลอยด์ (11x16นิ้ว) ใช้กระดาษปรู๊พ เป็นบทสัมภาษณ์นักการเมืองหญิง จ.เพชรบุรี แต่หน้าปกเกิดความเสียหายบางส่วนจากระบบการเก็บรักษาในเวลานั้น 

ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัวเพชรภูมิ

            เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๒๗ เวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น. ได้มีคนร้าย ๒ คน ขับรถจักรยานยนต์ติดตามนายปรุง ซึ่งขับรถยนต์ส่วนตัวมุ่งหน้าไปทางศาลากลางจ.เพชรบุรี เมื่อนายปรุงขับรถยนต์ไปถึงบริเวณน้ำพุ หน้าประตูจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ใกล้กับศาลากลางจ.เพชรบุรี รถจักรยานยนต์ของคนร้ายเข้าประกบด้านคนขับ มือปืนที่ซ้อนท้ายจักรยานยนต์ได้ใช้อาวุธปืนขนาด ๑๑ ม.ม. กระหน่ำยิ่งนายปรุงเสียชีวิตในทันที ท่ามกลาง ประชาชนและข้าราชการที่อยู่ในบริเวณนั้นจำนวนมาก ส่วนมือปืนได้หลบหนีไปอย่างลอยนวล จนบัดนี้เป็นการจบชีวิต นักหนังสือพิมพ์ที่ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม มาตลอดชีวิต 

 

                             ดวงดับลับร่างแล้ว               ทนายปรุง”           

            ธรรมที่หมายผดุง                          ดับด้วย

                       ชโลมเลือดคาวคลุ้ง                        แดนเถื่อน                       

                       ทรงเกียรติแม้ชีพม้วย                    ห่อนสิ้นสดุดี

                                    เมืองเพชรฯ ปีศาจร้าย        ครอบขวัญ               

                            เนื่องนับปีเดือนวัน                           เช่นนี้

                        สืบทอดขยายพันธุ์                          ชั่วโฉด                      

                        สุจริตชนฤๅจักลี้                            หลีกพ้นมือมาร 

                           “ปรุงแปด” หาญปกป้อง      ฝ่ายธรรม      

             ตั้งจิตมุ่งเข็มนำ                                ต่อสู้ 

                      หมายสยบพวกระยำ                  ให้หยุด                            

                       เถื่อนถ่อยฤาจักรู้-                           สึกได้ชั่วดี  

                              เหตุร้ายวันที่เก้า                 มิถุนา                                   

                       ปีชวด สองเจ็ด ครา                    ดับดิ้น  

                       หน้าบ้านพักผู้ว่าฯ                           มันกระหน่ำ ยิงเฮย            

                       ยุติบทบาทสิ้นสุดแล้ว                     “ทนายปรุง” 

                          “ผดุงธรรมต่อแต่นี้              เดียวดาย              

             ใครจักสืบทอดสาย                          แกร่งกล้า  

                             “เพชรภูมิไม่อาจตาย               ยังอยู่                          

                        ยืนหยัดเป็นทัพหน้า                       ต่อต้านทรชน

                               พ้นโลกล่วงลับแล้ว               คนดี                                  

                       ตายอย่างสมศักดิ์ศรี                      นักสู้

                       วิญญาณเลือดหลั่งพลี                เพื่อเทิด ธรรมแฮ

                       เกริกเกียรติชนเลื่องรู้                 ตราบทั้งนิรันดร์สมัย.         

                                                      วาทะวิทารณ์

      (น.ส.พ.เพชรภูมิ ฉบับวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๒๗)

 

             เมื่อเสาหลักของครอบครัวได้สูญเสียไปอย่างกระทันหัน นางประโยชน์ มีความคิดจะเลิกล้มกิจการทั้งหมดขอใช้ชีวิตอย่างสงบ ยอมรับชะตากรรม แต่เหตุการณ์กลับตรงข้าม เนื่องจาก นางประโยชน์นั้น แม้จะเป็นเพียงแม่บ้านธรรมดา แต่ก็มีญาติพี่น้องมากมาย ด้วยบิดาเคยเป็นผู้ว่าฯหลายจังหวัดและเป็นนักประวัติศาสตร์ นักเขียนที่มีผลงานมากมายในอดีต ประกอบกับนายปรุงก็มีผู้ที่รักนับถือในความกล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ จึงมีผู้มาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก นักเขียนที่เขียนอยู่ประจำเช่น อ.ล้อม เพ็งแก้ว ก็ได้เข้ามาคลุกคลีมากขึ้น นายชลิต เลาหสถิตย์ (เฮียง้วน) นายเสมา นาคะเวช ก็ยังยืนยันขอเขียนต่อไปแม้ไม่มีนายปรุง นายศักดิ์สิทธิ์ วิบูลศิลป์โสภณ ทนายความลูกเมืองเพชรที่ไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯก็ได้เข้ามาช่วย และได้แสดงความสามารถจนได้เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการในเวลาต่อมา น.ส.พ.เพชรภูมิจึงยืนหยัดมาได้อย่างมั่นคงนับแต่วันนั้น    


ขยายเป็นฉบับใหญ่ยอดขายสูงสุดใน จ.เพชรบุรี


            ในการทำงาน ของกองบรรณาธิการในขณะที่เกิดวิกฤตินั้น ทุกคนเหมือนเป็นแรงดลใจและ มีความมุ่งมั่นจะรักษาน.ส.พ.ฉบับนี้ไว้ให้เป็นสมบัติของคนเพชรบุรีไว้ให้ได้ ต่างร่วมมือร่วมใจกันเต็มที่ มีการประชุมกันบ่อยครั้งขึ้น สังสรรค์กันมากขึ้น ในการประชุมครั้งหนึ่ง อ.ล้อม เพ็งแก้ว ได้ชู น.ส.พ.เพชรภูมิขึ้นในระหว่างทานอาหาร
  พร้อม เสนอว่า ถ้า น.ส.พ.มีหน้ากว้างขึ้นหากวางบนแผงหนังสือ จะทำให้น่าสนใจมากขึ้น นางประโยชน์จึงได้ดำเนินการสั่งแทนพิมพ์ขนาดตัด 2 (เท่ากับ น. ส.พ.ส่วนกลาง) แต่ก็ยังคงใช้ระบบเลตเตอร์เพลส ตัวเรียงตะกั่วเช่นเดิม ฉบับวันพุธที่ 16 สิงหาคม 2529 เป็นฉบับแรกที่มีขนาดตัด 2  จากที่มีบทความหลากหลายและขนาดรูปเล่มใหญ่กว่าฉบับอื่นๆ ในจ.เพชรบุรี ทำให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของจ.เพชรบุรี  

 alt

 น.ส.พ.เพชรภูมิ ขนาด ตัด 2 ฉบับแรก


เปลี่ยนระบบการพิมพ์เป็นออฟเซท

             ในขณะเดียว กันสถานการณ์ของจ.เพชรบุรีมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางก้าวหน้าทั้งทางด้าน เศรษฐกิจและด้านการเมือง เกิดนักการเมืองรุ่นใหม่เช่น นายอลงกรณ์ พลบุตรที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิกแนวทางใหม่ของการเมืองจ.เพชรบุรี น. ส.พ.เพชรภูมิได้เปิดกว้างให้หลายๆ ฝ่ายสามารถแสดงบทบาทได้อย่างเต็มที่ คณะทำงานที่เป็นหลักของกองบรรณาธิการจะไม่ฝักไฝ่กลุ่มการเมืองใด ไม่สมัครรับการเลือกตั้งในทุกระดับ ทำให้น.ส.พ.เป็นที่ยอมรับทุกฝ่าย ยอดขายพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว ปัญหาการผลิตไม่เพียงพอแก่ความต้องการของผู้อ่าน อีกทั้งจำนวนหน้าเพิ่มมากขึ้นจากโฆษณาที่เข้ามาจนต้องส่งไปพิมพ์บางส่วนใน กรุงเทพ แต่ก็ยังไม่ทันต่อความต้องการของผู้อ่าน แท่นพิมพ์ระบบออฟเซทไฮเดลเบิรก์ลูกผสม (KORD) ที่มีอยู่แล้ว แต่ก็เป็นขนาดเล็กรับพิมพ์งานทั่วๆ ไปเท่านั้นไม่สามารถพิมพ์ น.ส.พ.ได้ นางประโยชน์ได้ตัดสินใจสั่งเครื่องพิมพ์ ROLAND 2 C ขนาดพิมพ์ใหญ่สุด 25 x 36 นิ้ว เปลี่ยนการผลิต น.ส.พ.จากตัวเรียงตะกั่ว เลตเตอร์เพลส มาเป็นระบบออฟเซท ทำให้มีความรวดเร็ว ภาพและตัวอักษรคมชัด แต่ยังคงพิมพ์ปกเป็นสี (เขียวและดำ) ส่วนด้านในเป็นเพียงสีเดียว แต่ก็ถือว่าทันสมัยที่สุดใน จ.เพชรบุรีและใกล้เคียงขณะนั้น แท่นพิมพ์ติดตั้งเสร็จเมื่อวันที่ 10  ธ.ค. 2535 (น.ส.พ.เพชรภูมิ 16 ธ.ค. 2535) 

พัฒนาเป็นปกกระดาษปอนด์ขาวพิมพ์สี่สีสวยสด

            ในปี พ.ศ.2536 น. ส.พ.เพชรภูมิก้าวกระโดดด้านเทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงรูปแบบ เริ่มต้นจาก น.ส.พ.ฉบับวันที่ 31 ธ.ค.2535 มีการทดลองใช้กระดาษปอนด์ขาวพิมพ์สอดสี 4 สีหน้าปกเป็นครั้งแรกเพื่ออวยพรปีใหม่ผู้อ่าน ต่อมาฉบับวันที่ 16 มี.ค.2536 ทดลองพิมพ์หน้าปก 3 สี เพื่อปรับเป็น 4 สีในฉบับต่อไป คือ ฉบับวันที่ 1 เม.ย.2536 นับแต่นั้นเป็นต้นมา น.ส.พ.เพชรภูมิจึงเป็น น.ส.พ.ท้องถิ่นจ.เพชรบุรีฉบับแรกที่มีการพิมพ์ภาพสีหน้าปก ทั้งนี้เกิดจากความทุ่มเทแรงกายแรงใจจากฝ่ายผลิตทุกคน โดยเฉพาะหัวหน้าช่างอาร์ต นายพงษ์ชัย สัจจารุ่งเรือง หรือวุ้น

alt

น.ส.พ.เพชรภูมิ ฉบับ 3 สี

alt

น.ส.พ.ฉบับ 4 สี ฉบับแรก


ขยายตลาดสู่อำเภอหัวหิน   

            ด้วยการ ตื่นตัวของประชาชนที่ต้องการรับรู้ข่าวสารมากขึ้นหลังจากถูกรัฐบาลเผด็จการ ปิดกั้นมานาน ทำให้ยอดจำหน่ายน.ส.พ.เพชรภูมิสููงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความต้องการไม่จำกัดอยู่เฉพาะจ.เพชรบุรี จังหวัดใกล้เคียงก็อยู่ในลักษณะอย่างเดียวกัน อ.หัวหินเป็นอำเภอที่มีความเจริญ คนเพชรบุรีจำนวนมากได้ย้ายถิ่นเข้าไปทำงานในอ.หัวหิน กองบรรณาธิการจึงวางแผนเปิดตัวจำหน่าย น.ส.พ.เพชรภูมิในอ.หัวหิน และเป็นผลสำเร็จในฉบับวันที่ 16 กันยายน 2536 มีการเพิ่มหน้าน.ส.พ.เพื่อเสนอข่าวและบทความจากทีมงานกองบรรณาธิการ อ.หัวหินที่เข้ามาเสริมช่วงจังหวะนั้น เกิดคดีนางสยามล ลาภก่อเกียรติ ภรรยา น.พ.บัณฑิต โฆษิตชัยวัฒน์ นายแพทย์ประจำโรงพยาบาลหัวหิน ถูกสังหารโหดต่อหน้า ด.ญ.บารมี บุตรสาวซึ่งมีอายุเพียง 2 ขวบเศษ ซึ่งเป็นคดีที่โด่งดังไปทั่วประเทศ ทำให้ยอดขาย น.ส.พ.เพชรภูมิในเขตอ.หัวหินสูงขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว ติดตลาดในทันที เพราะทีมข่าวอาชญากรรมเพชรภูมิได้เจาะลึกข่าวนี้แบบถึงแก่น

alt

น.ส.พ.เพชรภูมิ ฉบับขยายตลาดสู่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

ย้ายมาอยู่อาคารเพชรภูมิริมถนนเพชรเกษม 

            ช่วงเวลานั้นเศรษฐกิจขยายตัวแบบรวดเร็ว น.ส.พ.เพชรภูมิก็เช่นเดียวกันจากหน้าปกติ 16 หน้าขยายเพิ่มเป็น 38 หน้า บางครั้งมีหน้า 4 สีถึง 10 หน้า ยอดพิมพ์ก็เพิ่มทุกเดือน งานพิมพ์ก็มีลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ปัญหาสถานที่โรงพิมพ์เก่าคับแคบเกินไปจำต้องขยายกำลังคนและกำลังการผลิต นางประโยชน์ได้ตัดสินใจซื้อที่ดินริม ถ.เพชรเกษม ต.บ้านหม้อ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ก่อสร้างอาคารสำนักงาน 4 ชั้น 4 คูหา ด้านซ้ายเป็นโรงพิมพ์ มีการรับสมัครพนักงานมาเพิ่มและสั่งแท่นพิมพ์ใหม่หลายตัว เปลี่ยนระบบการจัดการบริหารจากเดิมมาเป็นรูปบริษัท ชื่อ บริษัทเพชรภูมิการพิมพ์ จำกัด และ บริษัท น.ส.พ.เพชรภูมิ จำกัด และได้ย้ายเข้ามาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2539 

alt

อาคารบริษัทเพชรภูมิการพิมพ์ จำกัด และ บริษัท น.ส.พ.เพชรภูมิ จำกัด

สูญเสียนักหนังสือพิมพ์อาวุโส

            วันที่ 5 ธ.ค. 2538 วงการสื่อมวลชนเพชรบุรีได้สูญเสียนักหนังสือพิมพ์อาวุโสชื่อดังของจ. เพชรบุรีและใกล้เคียง นายชลิต เลาหสถิตย์หรือเฮียง้วน ผู้ช่วยบรรณาธิการ น.ส.พ.เพชรภูมิ ผู้สื่อข่าวน.ส.พ.เดลินิวส์ ฐานเศรษฐกิจ แนวหน้า วัฎจักร ซึ่งล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งที่ปอด และเสียชีวิตอย่างสงบ ณ โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพ

alt

นายสนั่น วรรณพุก หัวหน้าข่าวอาชญากรรม น.ส.พ.เพชรภูมิ

กระหน่ำยิงนายสนั่น วรรณพุก หัวหน้าข่าวอาชญากรรม น.ส.พ.เพชรภุมิ เสียชีวิต 

            เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2543 เวลา 22.45 น.ณ.บริเวณหน้าร้านเทียนชัยเสต็กเฮ้าส์ สามชาวเพชร ต.ไร่ส้ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี ได้มีคนร้ายจำนวน 3 คน ร่วมกันใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงนายสนั่น วรรณพุก หัวหน้าข่าวอาชญากรรมน.ส.พ.เพชรภูมิเสียชีวิตคารถปิกอัพคู่ชีพ ต่อมาหลังเกิดเหตุหนึ่งปีเศษ นายมานัส หรือนัด นาเมือง อายุ 31 ปี นายสุวัตรหรือตา เจี้ยมดี อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของตำรวจในคดียิงนายสนั่น ได้เข้ามอบตัว โดยให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือ คือ นายธานินทร์ หรือดำ แก้วสกุล ยังคงหลบหนี สาเหตุการตายนั้นเป็นที่แน่ชัดว่า นายสนั่นได้เสนอข่าวอย่างเที่ยงตรงไม่หวั่นเกรงอิทธิพล จึงไปขัดแย้งกับกลุ่มอิทธิพลกลุ่มหนึ่ง แม้จะทราบว่าใครบงการแต่ขณะนี้ก็ยังไม่อาจหาพยานหลักฐานสาวไปถึงได้ ต่อมา ปี 2554 นายธานินทร์ หรือดำ แก้วสกุล ถูกจับได้ที่ จังหวัดภูเก็ต สารภาพหมดเปลือกว่า ได้ร่วมกับ นายมานัส และนายสุวัตร ลงมือสังหารนายสนั่น โดยมีนักการเมืองท้องถิ่นหลายคนเป็นผู้จ้างวานและบงการสังหาร เนื่องจากนายสนั่นเขียนข่าวกระทบผลประโยชน์ของบุคคลเหล่านี้

              นางประโยชน์ สุนทรวาทะ เข้ารับพระราชทานปริญญามหาบัณฑิต

         เมื่่อ วันที่ 27 ธ.ค.2545 เวลา 13.00 นดร.สุเมธ ตันติเวชกุล นายกสภาประจำสถาบันราชภัฎเพชรบุรี เป็นประธานการประชุมสภาสถาบันฯ ประจำเดือน ธ.ค.2545 มีกรรมการเข้าร่วมประชุม 30 ท่าน โดยมีวาระการเสนอบุคคลเพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ของสถาบันราช ภัฎเพชรบุรี     ปรากฎว่า นางประโยชน์ สุนทรวาทะ บรรณาธิการน.ส.พ.เพชรภูมิและนายกสมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี ได้รับปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวารสารศาสตร์ และในวันที่ 20 พฤษภาคม 2546 นางประโยชน์ สุนทรวาทะได้เข้ารับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวารสารศาสตร์ จากพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารฯ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร กรุงเทพฯ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

               บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ    

               นาง ประโยชน์ สุนทรวาทะ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ ได้ใช้ความรู้ความสามารถบริหารหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ ได้เจริญรุดหน้าในทุกๆ ด้าน แต่ที่เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งก็คือ สามารถรวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆ เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ด้วยอัธยาศัยไมตรี มีน้ำใจแก่ผู้ร่วมงานแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การมีความเที่ยงตรงต่อการนำเสนอข่าวตลอด 23 ปีที่ ผ่านมา ไม่ฝักใฝ่การเมือง และไม่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการเมือง หรือผลประโยชน์แอบแฝงทางด้านอื่น ดำรงตนเป็นนักหนังสือพิมพ์มืออาชีพ นำเสนอข่าวจากความจริงที่เกิดขึ้นเท่านั้น บางครั้งอาจจะถูกข่มขู่คุกคามก็ไม่เคยท้อถอย แต่ก็มิได้ประมาท

ยึดอุดมการณ์-ทางอยู่รอด

         น. ส.พ.เพชรภูมิ เป็นหนังสือพิมพ์รายปักษ์(ออกพร้อมวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาล) แม้จะจำหน่ายอยู่ในจังหวัดเล็ก ๆ แค่ จ.เพชรบุรี – จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ยอดพิมพ์จนถึงขณะนี้ทะลุกว่า 1 หมื่นฉบับ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสำนึกตนตลอดเวลาว่าเรามิได้แข่งกับใคร แต่แข่งกับตัวเอง คิดเสมอว่าในแต่ละงวดจะนำเสนอข่าวหรือบทความอย่างไรจึงจะได้รับความเชื่อถือ ศรัทธาจากประชาชน  

            ขณะเดียวกันกองบรรณาธิการฯได้ตรวจสอบและประเมินถึงสาเหตุที่เพชรภูมิได้รับ ความนิยมและมียอดจำหน่ายมีปริมาณสูงกว่าหมื่นฉบับ พอจะประมวลเป็นสังเขปได้ว่า เนื่องจาก จ.เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่มีอิทธิพลของนักการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ตลอดจนบริวารว่านเครือ มักใช้ความรุนแรงยุติปัญหา  ชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่ไม่กล้าพูดหรือกล้าแสดงออก เมื่อ น.ส.พ.เพชรภูมิเป็นสื่อที่มีอุดมการณ์ทำหน้าที่เพื่อประชาชนโดยไม่ยึด ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร้องทุกข์เพื่อส่งผ่านเรื่องราวไปยังผู้มีอำนาจใน บ้านเมืองโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่เบื้องหลัง  ขณะเดียวกันก็คัดกรองบุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่นักข่าว นักเขียนประจำฯที่มีอุดมการณ์ตรงกัน

            ดังนั้นกว่า 20 ปีที่ผ่านมาผู้เสพข่าว น.ส.พ.เพชรภูมิและประชาชนทั่วไปทราบดีว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนี้เป็นที่พึ่งให้ แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสในสังคมได้ แม้บางครั้งบุคคลหรือองค์กรที่เราพาดพิงถึงในทางลบเป็นผู้ที่มีอุปการคุณใน การสนับสนุนด้านโฆษณาและงานพิมพ์ แต่เมื่อมีเหตุอันสมควรต้องกล่าวถึงก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเราคำนึงถึงความเป็นธรรมที่จะเกิดกับประชาชนเป็นหลัก นอกจากข่าวที่เข้มข้นกล้านำเสนอข้อเท็จจริงต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมาแล้ว  เนื้อหาในเล่มยังมีความหลากหลายของบทความต่าง ๆ อาทิ การเมือง ศิลปวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การศึกษา  กีฬา และอื่น ๆ วิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา เราเชื่อว่าแนวทางนี้จะเกิดความศรัทธาจากมหาชน กาลเวลาพิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่เราคิดเป็นจริง การตอบรับด้วยการซื้อ น.ส.พ.เพชรภูมิ อ่านทะยานทะลุหลักหมื่นฉบับในห้วงหลายปีที่ผ่านมา

ถูกฟ้องพร้อมต่อสู้คดี 

            การนำเสนอข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องปัญหาความทุกข์ ร้อนและของชาวบ้านที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม  ย่อมมีฝ่ายที่เสียประโยชน์ไม่พอใจ  แนวทางการนำเสนอข่าวของน.ส.พ.เพชรภูมิค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงต่ออันตรายที่จะได้รับ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไปแตะผลประโยชน์ของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นหรือข้า ราชการในระดับต่าง ๆ อย่างไรก็ตามทุกครั้งก่อนที่จะออกหนังสือพิมพ์ประมาณ 3-4วัน จะมีการ “ประชุมข่าว” เพื่อคัดกรองข่าวและบทความที่จะลงตีพิมพ์  แม้จะพยายามหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในการทำงานข่าว แต่เราก็ถูกฟ้องทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งมาแล้วหลายคดี ส่วนใหญ่เป็นคดีหมิ่นประมาทและเรียกค่าเสียหายเกี่ยวเนื่องกับคดีหมิ่น ประมาทหากถึงขั้นเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาลและมีการไกล่เกลี่ย น.ส.พ.เพชรภูมิก็ยินดีที่จะเจรจาประนีประนอมด้วย เนื่องจากไม่อยากเสียเวลากับเรื่องคดีความ แต่ทั้งนี้การประนีประยอมต้องอยู่ในเงื่อนไขที่เรายอมรับได้ คดีที่ผ่านมาส่วนใหญ่ไม่เคยจบลงที่การไกล่เกลี่ยของผู้ประนีประนอมประจำศาล  แต่จบลงที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องหรือศาลไม่ประทับรับฟ้อง ทั้งนี้เราเชื่อว่าการต่อสู้ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนย่อมได้รับความคุ้ม ครองตามกฎหมาย

เปลี่ยนตัวบรรณาธิการ

นายศักดิ์สิทธิ์ วิบูลศิลป์โสภณ

บรรณาธิการ น.ส.พ.เพชรภูมิ 2551-ปัจจุบัน

            ในปี 2550 นาง ประโยชน์ สุนทรวาทะ บรรณาธิการ น.ส.พ.เพชรภูมิ ได้ขอวางมือตำแหน่งบรรณาธิการฯ เนื่องจากอายุมากและต้องการให้ผู้ที่มีความสามารถและมีประสบการณ์เข้ามาทำ หน้าที่แทน ได้มอบหมายให้นาย ศักดิ์สิทธิ์ วิบูลศิลป์โสภณ หัวหน้ากองบรรณาธิการฯ ขึ้นรับตำแหน่งบรรณาธิการ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานการพิมพ์จังหวัดเพชรบุรีเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2550  ขณะเดียวกันได้แต่งตั้งให้นาย อภิชาต พวงน้อย ผู้สื่อข่าวประจำกองบรรณาธิการฯ ขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้ากองบรรณาธิการฯ

alt

 

บริษัทเพชรภูมิการพิมพ์จำกัด ขยายกำลังการผลิตติดตั้งแท่นพิมพ์ 4 สีขนาดใหญ่

alt

           เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2551 บริษัทเพชรภูมิการพิมพ์จำกัด โดยนายปริญญา สุนทรวาทะ กรรมการผู้จัดการได้ดำเนินการติดตั้ง แท่นพิมพ์ขนาดใหญ่ 28x40 นิ้ว ยี่ห้อ โรแลนด์ พิมพ์ได้ครั้งละ 4 สี พร้อมระบบ I R (ระบบเป่าแห้งด้วยแสง) ซึ่งเป็นแท่นพิมพ์ระบบออฟเซทหน่วยที่ 3 ของโรงพิมพ์ และเป็นแห่งแรกในจังหวัดเพชรบุรี

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2012 เวลา 17:13
 

แบบสอบถาม

สื่อทางใดที่ท่านใช้ติดตามข่าว